อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
13.04.2026 12:29 PMวันนี้สามารถเทรดด้วยกลยุทธ์ Momentum ได้เพียงคู่เงินปอนด์อังกฤษเท่านั้น เดิมทีมีรูปแบบที่เหมาะสมสำหรับกลยุทธ์ Mean Reversion ในคู่ดอลลาร์ออสเตรเลียด้วย แต่การกลับตัวที่คาดหวังไว้ก็ไม่เกิดขึ้น
ความผันผวนในตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศยังน่าผิดหวัง นักเทรดที่คุ้นชินกับการเทรดแบบดุดันรวดเร็วกลับเสียเปรียบ กลยุทธ์ของพวกเขาที่อิงกับการตอบสนองต่อข่าวอย่างฉับไวไม่สามารถสร้างกำไรได้ตามที่คาด เพราะฝั่งขายดูเหมือนจะหายไปหลังจากตอบรับข่าวการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ–อิหร่านที่ล้มเหลว ความพยายามมองหาแนวโน้มที่ซ่อนอยู่ในความเคลื่อนไหวของราคาขนาดเล็กจึงล้มเหลวโดยสิ้นเชิง
ถัดไปคือรายงาน U.S. Existing Home Sales ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะไม่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อตลาด แม้ว่าข้อมูลนี้จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญต่อสุขภาพของเศรษฐกิจสหรัฐฯ แต่ในสภาพแวดล้อมปัจจุบัน น่าจะถูกให้ความสำคัญรองจากเหตุการณ์สำคัญอื่น อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์จะจับตาดูความคลาดเคลื่อนจากตัวเลขคาดการณ์อย่างใกล้ชิด เพราะอาจให้เบาะแสโดยอ้อมเกี่ยวกับความเชื่อมั่นผู้บริโภคและภาพรวมสภาพเศรษฐกิจ
อีกเหตุการณ์สำคัญคือการประชุมของ International Monetary Fund ซึ่งจะน่าสนใจเป็นพิเศษในบริบทของพัฒนาการด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นในภูมิภาคนี้ ถ้อยแถลงหรือการหารือใด ๆ ภายในกรอบของ IMF อาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อตลาดการเงินโลก โดยเฉพาะราคาพลังงาน การประชุมคาดว่าจะหยิบยกประเด็นเกี่ยวกับการฟื้นฟูเสถียรภาพในภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบ ตลอดจนมาตรการบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจจากความขัดแย้ง
หากตัวเลขออกมาแข็งแกร่ง ผมจะใช้กลยุทธ์ Momentum เป็นหลัก หากตลาดไม่ตอบสนองต่อข้อมูล ผมจะใช้กลยุทธ์ Mean Reversion ต่อไป
กลยุทธ์ Momentum (Breakout) สำหรับช่วงครึ่งหลังของวัน
สำหรับ EUR/USD:
สำหรับ GBP/USD:
สำหรับ USD/JPY:
กลยุทธ์ Mean Reversion (Pullback) สำหรับช่วงครึ่งหลังของวัน
สำหรับ EUR/USD:
สำหรับ GBP/USD:
สำหรับ AUD/USD:
สำหรับ USD/CAD:
You have already liked this post today
*บทวิเคราะห์ในตลาดที่มีการโพสต์ตรงนี้ เพียงเพื่อทำให้คุณทราบถึงข้อมูล ไม่ได้เป็นการเจาะจงถึงขั้นตอนให้คุณทำการซื้อขายตาม



