empty
 
 
18.02.2026 09:36 AM
แรงกดดันต่อ USD

เมื่อวานนี้ แม้ว่าดอลลาร์จะแข็งค่าขึ้นโดยรวมเกือบตลอดทั้งวัน แต่สกุลเงินกลับถูกเทขายอย่างคึกคักในช่วงกลางของเซสชันการซื้อขายสหรัฐฯ

This image is no longer relevant

การเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากถ้อยแถลงของประธาน Federal Reserve Bank of Chicago, Austan Goolsbee ซึ่งแสดงความระมัดระวังแต่ก็มีมุมมองเชิงบวกต่อโอกาสในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยปลายปีนี้ เขาระบุว่า หากอัตราเงินเฟ้อทยอยกลับเข้าสู่เป้าหมาย 2% ของธนาคารกลางได้ต่อเนื่อง ความเป็นไปได้ที่จะมีการผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติมก็จะยังคงอยู่ในระดับสูง ความเห็นนี้ถือเป็นสัญญาณสำคัญต่อบรรดาตลาดการเงินที่กำลังจับตาดูสัญญาณใดๆ เกี่ยวกับทิศทางการดำเนินนโยบายของ Federal Reserve ในอนาคตอย่างใกล้ชิด

“ถ้า...เราสามารถแสดงให้เห็นได้ว่าเรากำลังเดินหน้าไปสู่เงินเฟ้อ 2% ผมก็ยังคิดว่ายังมีช่องให้ปรับลดดอกเบี้ยได้อีกหลายครั้งในปี 2026” Goolsbee กล่าวในการให้สัมภาษณ์

อย่างไรก็ดี Goolsbee ไม่ได้มองข้ามความเสี่ยงที่ยังมีอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขาชี้ให้เห็นว่าแรงกดดันด้านราคาภาคบริการยังคงอยู่ในระดับสูง ซึ่งเป็นปัจจัยที่น่ากังวล อย่างไรก็ตาม เขาเสนอว่า หากการปรับขึ้นของราคาในรอบนี้เป็นเพียงชั่วคราวและไม่ก่อให้เกิดผลด้านเงินเฟ้อที่ยืดเยื้อ ก็จะเปิดโอกาสให้ผู้กำหนดนโยบายของ Fed มีพื้นที่ในการดำเนินการมากขึ้น สถานการณ์เช่นนั้นจะทำให้สามารถพิจารณาการลดอัตราดอกเบี้ยได้โดยไม่กระทบต่อเสถียรภาพของระดับราคาโดยรวม

“ผมอยากเห็นหลักฐานบางอย่างที่บ่งชี้ว่าเรากำลังมุ่งหน้ากลับไปที่เงินเฟ้อ 2% แล้วจากนั้นผมคิดว่าเรายังสามารถลดดอกเบี้ยต่อไปได้” Goolsbee กล่าว

ทั้งนี้ ย้อนกลับไปในการประชุมเมื่อเดือนที่แล้ว เจ้าหน้าที่ Fed มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ไม่เปลี่ยนแปลง หลังจากเพิ่งปรับลดไปแล้วสามครั้งในช่วงไม่กี่เดือนก่อนหน้าเพื่อชดเชยภาวะอ่อนแอในตลาดแรงงาน

คำให้สัมภาษณ์ของ Goolsbee สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายในการสร้างสมดุลที่ Fed ต้องเผชิญอยู่ในขณะนี้ นั่นคือการต่อสู้กับเงินเฟ้อควบคู่ไปกับการพยุงการเติบโตทางเศรษฐกิจและตลาดแรงงาน ความยืดหยุ่นในการประเมินปัจจัยด้านเงินเฟ้อเป็นกุญแจสำคัญในการตัดสินใจให้ทันการณ์และเหมาะสม

Goolsbee ยังระบุด้วยว่าเขายินดีต่อแผนเสนอชื่อ Kevin Warsh ให้รับตำแหน่งประธาน Fed ต่อจาก Jerome Powell เมื่อวาระของ Powell สิ้นสุดลงในเดือนพฤษภาคม โดยกล่าวว่า “ผมเป็นแฟนตัวยงของเขา”

สำหรับมุมมองทางเทคนิคของคู่เงิน EUR/USD บ่งชี้ว่าฝั่งซื้อควรพิจารณายึดระดับ 1.1860 กลับมาให้ได้ ซึ่งจะเปิดทางไปทดสอบแนว 1.1890 จากจุดนั้นมีโอกาสขยับขึ้นไปที่ 1.1925 แม้ว่าการทะลุขึ้นไปไกลกว่านั้นโดยไม่มีแรงหนุนจากผู้เล่นรายใหญ่จะทำได้ยาก เป้าหมายขยายตัวอยู่ที่ 1.1957 ในกรณีที่ราคาปรับตัวลง คาดว่าจะมีแรงซื้อที่มีนัยสำคัญบริเวณใกล้ 1.1830 หากไม่ปรากฏแรงซื้อในบริเวณดังกล่าว การรอให้ราคาทำจุดต่ำใหม่ที่ 1.1805 หรือเปิดสถานะซื้อระยะยาวจากบริเวณ 1.1770 อาจเป็นกลยุทธ์ที่เหมาะสมกว่า

ส่วนคู่เงิน GBP/USD ผู้ที่ถือฝั่งซื้อเงินปอนด์ควรมุ่งยึดแนวต้านใกล้สุดที่ 1.3580 ให้ได้เสียก่อน ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ตั้งเป้าไปที่ 1.3605 โดยการทะลุขึ้นเหนือระดับดังกล่าวจะเป็นเรื่องที่ท้าทาย เป้าหมายขยายตัวอยู่บริเวณ 1.3630 หากราคาอ่อนตัวลง ฝั่งขายจะพยายามเข้าควบคุมสถานการณ์ที่ระดับ 1.3550 และหากทำได้สำเร็จ การหลุดกรอบดังกล่าวจะสร้างแรงกดดันต่อสถานะฝั่งซื้ออย่างมีนัยสำคัญ และอาจฉุดให้ GBP/USD ร่วงลงสู่บริเวณ 1.3520 โดยมีโอกาสขยายการปรับตัวลงต่อไปถึง 1.3495



Recommended Stories

หากไม่สะดวกคุยในตอนนี้
ระบุคำถามไว้ได้ใน แชท.