อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ดอลลาร์กลับมาถูกกดดันอย่างหนักอีกครั้ง ขณะที่ยูโร ปอนด์ และสินทรัพย์เสี่ยงอื่น ๆ รวมถึงเงินเยนญี่ปุ่น ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
เมื่อวานนี้ ประธานาธิบดี Donald Trump ระบุว่าผู้ที่เขาเสนอชื่อให้เป็นประธาน Federal Reserve อย่าง Kevin Warsh สามารถทำให้เศรษฐกิจเติบโตได้มากกว่า 15% ต่อปี ซึ่งเราต่างเข้าใจดีว่าผลลัพธ์เช่นนั้นแทบเป็นไปไม่ได้เลยหากไม่มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอย่างรุนแรง คำกล่าวของ Trump ซึ่งเกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในเศรษฐกิจโลก ตอกย้ำถึงความยึดมั่นของเขาต่อแนวคิดที่เขาปกป้องมาตลอดเส้นทางการเมือง Warsh ซึ่งเป็นนักเศรษฐศาสตร์ชื่อดังที่มีประสบการณ์ยาวนานใน Wall Street และที่ Federal Reserve Bank of New York ได้ย้ำมาโดยตลอดว่าจำเป็นต้องมีการปฏิรูปเศรษฐกิจ ในมุมมองของเขา นโยบายปัจจุบันของ Fed มีความระมัดระวังมากเกินไปจนกลายเป็นอุปสรรคต่อการฟื้นตัว บรรดาเทรดเดอร์ตอบสนองต่อคำกล่าวของ Trump ด้วยการเทขายดอลลาร์อย่างคึกคัก ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจนัก
สำหรับวันนี้ ไม่มีข้อมูลเศรษฐกิจจากยูโรโซนออกมา ทำให้แนวโน้มขาขึ้นของคู่เงิน EUR/USD อาจชะลอตัว ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา คู่นี้ปรับตัวขึ้นอย่างมั่นคง โดยได้รับแรงหนุนจากสัญญาณผ่อนคลายจากฝั่งตัวแทนของ Fed อย่างไรก็ตาม การที่ไม่มีข้อมูลสำคัญจากยุโรป ไม่ว่าจะเป็นดัชนี PMI หรือรายงานเงินเฟ้อ ทำให้วันนี้เกิด “สุญญากาศข้อมูล” ที่นักเก็งกำไรเริ่มทยอยปิดทำกำไร ตลาดเงินมักมีความอ่อนไหวต่อภาวะขาดข้อมูล ดังนั้นจึงไม่ควรคาดหวังการเคลื่อนไหวที่รุนแรงของคู่นี้มากนัก
ในส่วนของปอนด์ ภาพรวมก็ใกล้เคียงกันคือ ไม่มีตัวเลขพื้นฐานสำคัญกำหนดการประกาศในช่วงครึ่งวันแรก ปอนด์อังกฤษจึงอาจชะลอแรงบวกเมื่อเทียบกับดอลลาร์ อย่างไรก็ดี ตลาดเงินมักตอบสนองต่อการขาดข่าวสำคัญด้วยแรงเฉื่อยจากแนวโน้มก่อนหน้า และทิศทางปัจจุบันของคู่เงิน GBP/USD ก็ยังดูน่าเชื่อถือต่องานฝั่งขาขึ้น ในช่วงการซื้อขายล่าสุด ปอนด์แข็งค่าขึ้นท่ามกลางดอลลาร์ที่อ่อนตัว ภายใต้แรงกดดันจากสัญญาณที่สับสนจาก Fed นักลงทุนที่เริ่มเหนื่อยล้ากับความไม่แน่นอนด้านนโยบายดอกเบี้ย จึงหันไปหาสินทรัพย์ที่มองว่ามีความเสถียรมากกว่า ขณะที่เศรษฐกิจอังกฤษเอง แม้ยังเผชิญความท้าทายหลายด้าน แต่ก็เริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวให้เห็น